วันจันทร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

พรีไบโอติก (prebiotic)

พรีไบโอติก (prebiotic)

พรีไบโอติก (prepiotic) คือ อาหารซึ่งร่างกายมนุษย์ไม่สามารถย่อย และไม่ถูกดูดซึมได้ในระบบทางเดินอาหาร ทั้งกระเพาะอาหารและลำไส้เล็ก แต่จะถูกย่อยด้วยแบคทีเรียบริเวณในลำไส้ใหญ่ โดยจะกระตุ้นการทำงานและส่งเสริมการเจริญของจุลินทรีย์โปรไบโอติก (probiotic) มีประโยชน์ต่อสุขภาพ จัดเป็นอาหารในกลุ่ม functional food

สารอาหารที่จัดเป็นพรีไบโอติก

1. น้ำตาลแอลกฮอล์ (sugar alcohol) หรือ polyols ได้แก่ maltitol, sorbitol, isomalt, xylitol เป็นต้น เป็นสารให้ความหวาน (sweetener) โดยมีความหวาน (relative sweetness) น้อยกว่าน้ำตาลทราย (sucrose) ประมาณ 3 ใน 4 หรือครึ่งหนึ่ง และยังดูดซับได้ช้าในลำไส้เล็กเมื่อเปรียบเทียบกับน้ำตาล มีค่า glycemic index ต่ำ จึงทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ

2. โอลิโกแซ็กคาไรด์ (oligosaccharide) เป็นคาร์โบไฮเดรตสายสั้น ประกอบด้วยน้ำตาลตั้งแต่ 3 ถึง 10 หน่วย ได้แก่ raffinose, stachyose, fructo-oligosaccharide, lactulose, galacto-oligosaccharide (GOS), soybean oligosaccharide, lactosucrose, isomalto-oligosaccharide, gluco-oligosaccharides,
xylo-oligosaccharides และ palatinose

3. Resistant starch เป็น polysaccharide ซึ่งจะไม่ถูกดูดซับในลำไส้เล็ก ประกอบด้วย amylose ประมาณร้อยละ 20-25

4. พอลิแซ็กคาไรด์ที่ไม่ใช่สตาร์ซ (Non-starch polysaccharides, NSP) เป็นสารที่ได้รับจากพืช เช่น pectin, cellulose, hemicellulose, guar gum, gum arabic, beta glucan, xylan

5. อินูลิน (inulin) เป็นสาร polysaccharides ที่พืชเก็บสะสมไว้เป็นอาหาร พบในพืชมากกว่า 36,000 ชนิด เช่น Chicory root เห็ด หัวหอม หัวกระเทียม กล้วย เป็นต้น

6. Mucin glycoproteins ถูกสร้างโดย goblet cells ที่อยู่ในเยื่อบุผิวลำไส้และเป็นสารตั้งต้นหลักสำหรับการหมักในลำไส้

7. Related mucopolysaccharides ตัวอย่างเช่น chondroitin sulphate, heparin, pancreatic และ bacterial secretions ซึ่งสารเหล่านี้เป็นสารที่มีไว้สำหร้บจุลินทรีย์ในลำไส้

8. Protein และ peptides สารเหล่านี้สร้างขึ้นในอาหาร สร้างโดยการหลั่งของตับอ่อนหรือสร้างโดยแบคทีเรีย แต่จะมีปริมาณน้อยกว่าพวกคาร์โบไฮเดรต

ประโยชน์ต่อสุขภาพ

สารในกลุ่มพรีไบโอติก จัดเป็นฟังก์ชันนาลฟู้ด (functional food) เพราะมีประโยชน์ต่อสุขภาพ โดยจะกระตุ้นการทำงานและส่งเสริมการเจริญของจุลินทรีย์โปรไบโอติก (probiotic) เช่น แบคทีเรียในกลุ่ม lactic acid bacteria ได้แก่ แล็กโทบาซิลลัส (lactobacillus) และไบฟิโดแบคทีเรีย (bifidobacteria)

พรีไบโอติกและโปรไบโอติกทำงานร่วมกัน จะรวมเรียกว่า ซินไบโอติก (synbiotics) จะเป็นผลดีต่อร่างกายมากช่วยให้ผู้บริโภคมีสุขภาพดีกระตุ้นการเจริญของจุลินทรีย์ภายในทางเดินอาหารให้เหมาะสม ทำให้โปรไบโอติกมีการย่อยสลายในระบบนิเวศน์จุลินทรีย์ที่มีการแข่งขันกัน ผลที่ตามมา คือ

  • กรดแล็กทิก (lactic acid) ที่จุลินทรีย์สร้างจะยับยั้งการเจริญของแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรค (pathogen) และสร้างสารพิษ เช่น Clostridium perfringens, Salmonella และช่วยป้องกันและลดอาการของโรคติดเชื้อ (infection) ในทางเดินอาหาร
  • ช่วยลดระดับของคอเลสเตอรอล (cholesterol) ฟอสฟอลิพิด (phospholipid) และไตรกลีเซอไรด์ (triglyceride) ในเลือด โดย Lactobacillus acidophilus ซึ่งเป็นจุลินทรีย์กลุ่มบิฟิโดแบคทีเรียที่อยู่ในลำไส้จ ะช่วยย่อยสลายคอเลสเตอรอล และยับยั้งการดูดซึมคอเลสเตอรอลผ่านผนังลำไส้
  • ช่วยการดูดซึมอาหารในลำไส้ก็ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดอาการท้องผูกได้ เนื่องจากกรดอินทรีย์ที่จุลินทรีย์ บิฟิโดแบคทีเรีย (bifidobacteria) ผลิตขึ้น จะกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ และช่วยเพิ่มความชื้นของอุจจาระ ทำให้สามารถขับถ่ายได้ดีขึ้น
  • ช่วยเพิ่มการดูดซึมแคลเซียมในระบบย่อยอาหาร
  • สามารถผลิตวิตามิน vitamin B1, vitamin B2, vitamin B6, vitamin B12, nicotinic acid และ folic acid ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการรักษาภาวะภูมิแพ้ เสริมสร้างการพัฒนาระบบภูมิคุ้มกันได้

แหล่งที่พบในอาหาร

พรีไบโอติก (prebiotic) พบในอาหารหลายชนิด โดยเฉพาะในผัก เช่น รากชิคอรี หัวอาร์ทิโชก กระเทียม หอมหัวใหญ่ หน่อไม้ฝรั่ง ผลไม้ เช่น กล้วย แอปเปิล และเมล็ดธัญพืชบางชนิด
การใช้พรีไบโอติกในอาหาร

มีการผสมสารที่เป็นพรีไบโอติกลงในอาหาร ได้แก่ ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ น้ำนม อาหารทารก โยเกิร์ต พาสต้า ขนมอบ ซอส อาหารเช้าธัญพืช (breakfast cereal) ซุป ขนมขบเคี้ยวแบบต่างๆ เป็นต้น

Reference
http://www.tistr-foodprocess.net/food_health/food_health6.htm

พรีไบโอติกส์ และ โพรไบโอติกส์

พรีไบโอติกส์และโพรไบโอติกส์

พรีไบโอติกส์ (Prebiotics) เป็นสารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต ที่ร่างกายไม่สามารถย่อยได้ มีหลายชนิด เช่น
โอลิโกแซคคาไรด์ ซึ่งพบในกล้วย เห็ด หน่อไม้ฝรั่ง กระเทียม และหอม
อินนูลิน(Inulin) ซึ่งพบใน แก่นตะวัน กระบก เผือก หัวหอม และกระเทียม อินนูลิน ได้รับการรับรองว่า ปลอดภัยจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ของสหรัฐอเมริกา (Generally Recognized as Safe: GRAS)

เบต้า-กูลแคน(Beta-Glucans) ก็เป็นสารประเภทโพลีแซคคาไรด์ คล้ายๆ กับคาร์โบไฮเดรต เกิดจากน้ำตาลกูลโคส มาเรียงต่อกัน จึงมีทั้ง ส่วนที่ละลายน้ำ และส่วนที่ไม่ละลายน้ำ เบต้า-กลูแคน พบมากใน ข้าวโอ๊ต ข้าวบาร์เลย์ ผนังเซลล์ของยีสต์ สาหร่าย และเห็ด ร่างกายของเราไม่มีเอนไซม์ที่จะย่อยเบต้า-กูลแคน แต่แบคทีเรียที่มีประโยชน์ในลำไส้สามารถย่อยเบต้ากลูแคนได้ จึงจัด เบต้า-กลูแคน เป็นสารพรีไบโอติกส์ คือ เป็นอาหารของแบคทีเรียในลำไส้ โดยแบคทีเรียจะย่อย เบต้า-กูลแคน ให้เป็นกรดไขมันสั้นๆ เช่น กรดบิวไทริก(Butyric acid) ซึ่งทำให้แบคทีเรียในลำไส้เจริญเติบโตสร้างวิตามินบี 12 และต้านเชื้อโรคที่ติดมากับอาหารให้กับร่างกาย
โพรไบติกส์(Probiotics) เกิดจากการที่ พรีไบโอติกส์ กระตุ้นให้จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ ซึ่งเป็นแบคทีเรีย ที่อาศัยอยู่ในลำไส้ใหญ่เจริญเติบโต จึงช่วยป้องกันมิให้ร่างกายติดเชื้อจุลินทรีย์ที่ก่อโรค เช่น ท้องเสีย แก่ท้องผูก ช่วยสร้างวิตามิน เพิ่มการดูดซึมแคลเซียม และเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย
หากแม่รับประทานโพรไบโอติกส์ ช่องคลอดก็จะมีโพรไบโอติกส์ ลดการติดเชื้อราในช่องคลอด เวลาลูกคลอดก็รับ โพรไบโอติกส์ จากแม่ ทางปากของลูก หากลูกดูดนมแม่ ลูกก็ได้รับโพรไบโอติกส์ จากหัวนมแม่ ซึ่งจะช่วยย่อยน้ำตาลแลคโทส ในน้ำนม ลดการติดเชื้อในลำไส้เด็ก(Atopic Dermatitis)
การรับประทาน ฟรุกโตโอลิโกแซคคาไรด์ (Fructo- oligosaccharides: FOS) 2.5-15.5 กรัมต่อวัน จะเพิ่มจุลินทรีย์บิฟิ โดแบคทีเรียในลำไส้ การรับประทานอินนูลิน 5 กรัมต่อวัน เพิ่ม บิฟิโดแบคทีเรีย ในลำไส้
โพรไบโอติกส์ มีส่วนช่วยในการลดอาหารลำไส้แปรปรวน ช่วยระบบย่อยอาหาร ลดคอเลสเตอรอลโดยการนำไปสร้างน้ำดี ช่วยละลายเกลือน้ำดี ลดท้องผูก ท้องเสีย กระดูกผุ โรคหัวใจ โรคอ้วน การดื้อของ อินซูลิน การสร้างไขมัน การเปลี่ยนแปลงเซลล์ไขมัน ลดการติดเชื้อ ทางเดินปัสสาวะ สร้างสารแบคทีริโอซิน และเพอรอกไซด์ ซึ่งฆ่าเชื้อแบคทีเรียก่อโรค สร้างกรดแลกติก และกรดอะซิติก ทำให้เกิดความเป็นกรดเชื้อโรคเติบโตช้า โดยเฉพาะเชื้อแกรมลบ(Gram negative bacteria) เสริมภูมิคุ้มกัน แอนติบอดี IgA และเม็ดเลือดขาวชนิด Macrophage รักษาสมดุลในช่องปาก ป้องกัน และบรรเทาอาการท้องร่วง ยับยั้งเชื้อที่ทำให้เกิดโรคกระเพาะอาหารอักเสบ ป้องกันการเกิดมะเร็ง เพราะอาหารที่มีไขมันมากเพิ่มน้ำดีในลำไส้ก่อให้เกิดโรค ไส้เน่า (Necrotizing enterocolitis: NEC) ซึ่งเพิ่มสารพิษ และเพิ่มโอกาสเป็นมะเร็ง อีกทีจุลินทรีย์มี Glucuronidase, Nitroreductase, Azoreductase ไม่ให้เปลี่ยนสารในร่างกายเป็นสารก่อมะเร็ง

โพรไบโอติกส์ หารับประทานได้จากโยเกิร์ต ที่ระบุว่าเสริมเชื้อโพรไบโอติกส์ โยเกิร์ตธรรมดา ได้จากการหมักน้ำนมโคด้วยเชื้อแบคทีเรีย พวกแลกโทบาซิลลัส ซึ่งย่อยน้ำตาลแลกโทส ในน้ำนมให้เป็นกรดแลกติก จึงมีรสเปรี้ยวเพียงอย่างเดียว ไม่จัดเป็นโพรไบโอติกส์ เพราะเป็นเพียงเชื้อจุลินทรีย์ที่ใช้ทำโยเกิร์ตธรรมดา

โยเกิร์ตธรรมดา เช่น แลกโทบาซิลลัส เดลบรูคคิไอ ซับสปีชี่ส์: บัล การิคัส (Lactobacillus delbrueckii Subspecies: bulgaricus) แลกโทบาซิลลัส บัลการิคัส(Lactobacillus bulgaricus) หรือสเตรปโตคอคคัส เทอร์โมฟิลลัส(Streptococcus thermophilus)
ส่วนเชื้อที่เป็น โพรไบโอติกส์ ก็มีหลายชนิด แต่ละชนิดก็มี ประสิทธิภาพต่างกัน โพรไบโอติกส์ ที่มีชื่อคุ้นหูกันดี ที่มีชื่อว่า แลกโทบาซิลลัส หรือชื่อเต็มคือ แลกโทบาซิลลัส เคซิไอ ซิโรต้า(Lactobacillus casei Shiroto: LcS ) ของบริษัท ยาคูลท์ ที่มีประสิทธิภาพป้องกันการเกิดมะเร็ง ช่วยระบบย่อยอาหาร และเสริมภูมิคุ้มกัน

แลกโทบาซิลลัส มาจากชื่อของน้ำตาลแลกโทส ซึ่งเป็นน้ำตาลใน น้ำนม และบาซิลลัส คือ รูปร่างของแบคทีเรียที่เป็นรูปแท่ง เคซิไอ เป็นชื่อของโปรตีนเคซีน ในน้ำนม ชิโรต้า มาจากชิโรตะ ซึ่งเป็นชื่อของผู้ค้นพบเชื้อนี้ โดยพบว่าแบคทีเรียแลกโทบาซิลลัส จะอาศัยอยู่ใน ลำไส้เล็ก และยังมี บิฟิโดแบคทีเรีย มอนีมาลิส ซึ่งมีประสิทธิภาพลด อาการแพ้ บรรเทาอาการท้องร่วง ช่วยระบบย่อยอาหาร และเสริมภูมิคุ้มกัน โดยพบว่า บิฟิโดแบคทีเรีย จะอาศัยในส่วนลำไส้ใหญ่
ปัจจุบันนมผงสำหรับเด็ก จะมีการเติม โอลิโกแซคคาไรด์ ลงไป เช่นหากรับประทาน ฟรุกโตโอลิโกแซคคาไรด์ 15 กรัมต่อวัน ช่วยให้ อุจจาระนิ่ม ขับถ่ายดี เพิ่มมวลอุจจาระ ลดการเกิดไข้ และโรคทางเดินอาหาร หากรับประทาน โอลิโกแซคคาไรด์ ร่วมกับการฉีดวัคซีนหัด จะช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้ดียิ่งขึ้น และพบว่าหากรับประทาน โอลิโกแซคคาไรด์ ร่วมกับอินนูลิก 8 กรัมต่อวัน จะช่วยเพิ่มการดูดซึมแคลเซียม ในผู้ใหญ่ คนปกติรับประทานอินนูลิน 8-10 กรัมต่อวัน จะช่วยในการดูดซึมแคลเซียม ลดไตรกลีเซอไรด์ ลดคอเลสเตอรอล และเพิ่มน้ำในทางเดินอาหารทำให้อุจจาระนิ่ม ขับถ่ายดี คนชรารับประทาน 20-40 กรัมต่อวัน ช่วยให้ขับถ่ายดี และเพิ่มการขับไขมันออกมากับอุจจาระ
ปัจจุบัน มีโพรไบโอติกส์ ที่มีหน้าที่เฉพาะจำหน่ายในรูปแบบ แคปซูล และซองเล็กๆ รับประทานง่าย เพียงฉีกซองแล้วละลายน้ำ โดย ภายในซองจะมีแบคทีเรียที่แห้งแต่ยังมีชีวิตอยู่ เมื่อเข้าสู่ลำไส้แล้วก็จะ เจริญเติบโต ตัวอย่างเช่น
โพรไบโอติกส์ ป้องกันโรคท้องเสีย จากการ รับประทานอาหารสกปรกปนเปี้อนเชื้อโรค โดยโพรไบโอติกส์ ชนิดนี้ จะเข้าไปสู้กับเชื้อโรค ทำให้เชื้อโรคตายไป โพรไบโอติกส์ ชนิดนี้ ไม่ต้องรับประทานทุกวัน โดยรับรับประทานทันทีที่เกิดอาหารท้องร่วง
โพรไบโอติกส์ ป้องกันฟันผุ ซึ่งเป็น แบคทีเรียแลกโทบาซิลลัส พาราเคไซ (Lactobacillus paracasei SD1) ซึ่งค้นพบโดยคณาจารย์คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยอยู่ในรูปนมผงชนิดเม็ด โยเกิร์ต และยาอม รับประทานเพียงครั้งเดียวเชื้อก็จะเจริญเติบโตในช่องปาก และยับยั้งเชื้อที่ก่อให้เกิดฟันผุ คือ สเตรปโทคอกคัส มิวแทนต์(Streptococcus mutans) ได้นานถึง 1-2 สัปดาห์

นอกจากนี้ ยังมีโพรไบโอติกส์ ตัวอื่นๆ ที่กระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกัน โพรไบโอติกส์ที่ย่อยอาหาร และโพรไบโอติกส์ที่ช่วยป้องกัน การติดเชื้อ และการตกขาวในช่องคลอด
อาหารบางประเภทจะรวม พรีไบโอติกส์และโพรไบโอติกส์ เข้าไว้ ด้วยกัน เรียกว่า ซินไบโอติกส์(Synbiotics) เมื่อรับประทานอาหาร ชนิดนี้เข้าไปแล้ว จะได้รับทั้งเชื้อแบคทีเรียที่มีประโยชน์ และอาหาร ของเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งช่วยให้แบคทีเรียเติบโตได้ดี เพราะบางคนรับประทานแต่ พรีไบโอติกส์ ซึ่งเป็นอาหารของเชื้อ แต่ร่างกายขาดเชื้อ ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากการรับประทานยาฆ่าเชื้อ หรือบางคนรับ ประทานแต่ โพรไบโอติกส์ ซึ่งเป็นตัวเชื้อ แต่รับประทานอาหารไม่ดี ถึงจะมีเชื้อแบคทีเรียที่มีประโยชน์ในลำไส้ แต่เมื่อไม่มีอาหาร แบคทีเรีย ก็ไม่เติบโต ทำให้ไม่เกิดประโยชน์อยู่ดี
โพรไบโอติกส์ มีงานวิจัยรองรับ การได้รับโพรไบโอติกส์เสมือน คุณได้รับวัคซีนป้องกันโรค โดยที่ไม่ต้องฉีดยาสักเข็ม เพราะโพรไบโอติกส์ จะช่วยสร้างวิตามิน และเอนไซม์ ที่มีประโยชน์ให้กับร่างกาย และยังต่อสู้กับเชื้อโรคได้ด้วย วิธีที่ถูกที่สุดและง่ายที่สุดในการหา โพรไบโอติกส์ มารับประทานคือ โยเกิร์ต ที่ระบุว่าเสริมเชื้อโพรไบโอติกส์ ซึ่งมีจำหน่ายในร้านสะดวกซื้อทั่วไป เช่น ร้าน 7-11 หากใครแพ้นมก็ สามารถเลี่ยงไปรับประทานแบบผงจุลินทร์แห้งบรรจุซอง ซึ่งหาซื้อได้ ตามร้านขายยาทั่วไป
การหาซื้อโพรไบโอติกส์ ที่มีประโยชน์จำเพาะก็เป็นทางเลือกที่ดี เช่น เวลาเดินทางก็ซื้อ โพรไบไอติกส์ ที่ช่วยป้องกันและรักษาโรคท้อง เสียติดตัวไว้ เป็นต้น
ทั้งนี้ อย่าลืมว่า พรีไบโอติกส์ นั้นมีอยู่ในผักและผลไม้ ดังที่กล่าวไว้ ข้างต้น จึงควรรับประทานผักและผลไม้ เป็นประจำทุกวัน และหลายชนิด ยาคูลท์ ก็เป็นแหล่ง โพรไบโอติกส์ ที่สามารถหาดื่มได้ทุกวัน และราคาถูก ดื่มได้ทุกเพศทุกวัย
การรับประทานยาปฏิชีวนะ ยาแก้ปวด น้ำตาล อาหารไขมันสูง และการดื่มสุรา จะทำให้โพรไบโอติกส์ ลดลง

ขอขอบคุณข้อมูลจาก: คู่มืออาหารเสริม, ดร.เริงฤทธิ์ สัป ปพันธ์